ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (19 เม.ย.) เวลา 15.00 น.ตามเวลาท้องถิ่นของกรุงเฮก หรือเวลา 20.00 น.ตามเวลาประเทศไทย คณะตัวแทนดำเนินคดีของไทย ได้ขึ้นให้การด้วยวาจาต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ(ศาลโลก) ที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ กรณีที่กัมพูชาได้ยื่นขอให้ศาลโลกตีความเรื่องอาณาบริเวณรอบปราสาทพระวิหาร โดยวันนี้ถือเป็นวันสุดท้ายของการชี้แจงของฝ่ายไทย และเป็นวันสุดท้ายที่ศาลโลกรับฟังการชี้แจงของคู่ความทั้งสอง
นายอแลง แปลเล่ต์ ทนายความชาวฝรั่งเศส กล่าวว่า ผู้เรียกร้องไม่ได้ชี้แจงรายละเอียดในคำร้องอย่างเพียงพอว่าเขาต้องการอะไรกันแน่ และมีความหมายที่แฝงมาคืออะไร โดยจากคำแถลงของกัมพูชานั้น เมื่อฟังดูแล้วทำให้ลำบากใจโดยในเรื่องของบทปฏิบัติการ นอกจากนี้ เมื่อดูถึงคำตัดสินปี 2505 ไทยได้ถอนทหารออกจากตัวปราสาทและบริเวณใกล้เคียง เพราะถอนไปพ้นจากสิ่งที่ซากหักพังของปราสาทฯ ไปอยู่ในพื้นที่ของไทย ซึ่งกัมพูชาไม่ได้ประท้วงหรือสงวนสิทธิ์ในการประท้วงตรงนี้ และยังเป็นถอนทหารออกไปไม่ว่าจะเคยอยู่ที่ใดในดินแดนของกัมพูชา อีกทั้ง ศาลได้พิพากาษาแล้วว่าตัวปราสาทฯอยู่ในความครอบครองของกัมพูชา จึงไม่สมเหตุผลที่ต้องมาตีความใหม่ นอกจากนี้ ศาลไม่ควรนำแผนที่ภาคผนวก 1 (แผนที่ 1:200,000) เพื่อตีความหรือดูว่าเส้นแขตแดนอยู่ที่ใดกันแน่ เพราะศาลได้ปฏิเสธที่จะชี้เรื่องบูรณภาพ สถานะภาพของแผนที่ 1:200,000 และเส้นแบ่งเขตแดน จึงไม่ควรถูกนำมาขอตีความใหม่ ซึ่งกัมพูชาได้ยอมรับสิ่งที่มันเป็นอยู่ แต่ถ้าศาลจะรับตีความใหม่ ก็ต้องทิ้งคำพิพากษานั้นออกไป แต่กัมพูชาก็ยังมีความพยายามระบุว่าไทยต้องถอนกำลังทหารโดยพยายามบอกว่ามีผลต่ออธิปไตยของกัมพูชา ซึ่ไทยยืนยันว่าได้ถอนกำลังไปแล้ว และไม่สามารถถอนได้อีกครั้ง และไทยไม่ได้นำกำลังกลับเข้าไปอีก นี่จึงไม่ใช่เป็นเรื่องข้อพิพาทในการตีความ แต่เป็นเรื่องการทำตามคำพิพากษามากกว่า
นายแปลเล่ต์ กล่าวอีกว่า กัมพูชาได้ยอมรับด้วยวาจาแล้วว่าไทยทำตามคำพิพากษาปี 2505 และในปี 2509 กัมพูชาไม่เคยมีการประท้วง จึงไม่มีอะไรเหลือที่ต้องสงสัยหรือต้องตีความคำพิพากษาอีก อีกทั้ง สิ่งที่เห็นต่างกันนั้น ตนคิดว่ามาจากการยอมรับเขตแดน ซึ่งกัมพูชาพูดถึงการตัดสินของผู้พิพากษาว่ามันอยู่ในฝั่งเขตแดน จึงไม่มีข้อพิพาทในเรื่องการตีความคำพิพากษาเมื่อปี 2505 การที่กัมพูชามาร้องครั้งนี้ถือเป็นนำความคิดที่บิดเบือนมาเป็นความพยายามยื่นร้อง เป็นครั้งที่ 4 ทั้งที่ไม่มีอะไรที่เป็นปัญหาเรื่องของดินแดน
จากนั้น น.ส.อลินา มิรง ทนายความชาวโรมาเนีย กล่าวว่า แผนที่ภาคผนวก 1 ที่กัมพูชายึดถือนั้น ในหอจดหมายเหตุของศาลโลกนก็มีอยู่หลายฉบับ แต่ทนายกัมพูชาระบุว่าฉบับที่กัมพูชานำมาเสนอนั้นถูกต้องและสำคัญ โดยฝ่ายไทยได้ไปดูเอกสารดังกล่าว และพบเอกสารที่กัมพูชากล่าวถึง ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับฉบับที่ยื่นไป กลับพบว่ามีป้ายคำร้องปี 2505 ที่ระบุว่าศาลจะมีการตีพิมพ์เอกสาร"ผนวกคำฟ้อง" ซึ่งหมายความว่าแผนที่ที่กัมพูชากล่าวอ้างนั้นไม่มีอยู่ เพราะเป็นแผนที่ผนวกคำฟ้อง ไม่ใช่"ผนวกคำตัดสิน" นอกจากนี้ ในปี 2505 กัมพูชาไม่เคยให้ความสนใจกับพื้นที่ทางตะวันตกและตะวันตกเฉียงเหนือ คือ เขาพนมตรับ และภูมะเขือ แต่คราวนี้กัมพูชากลับออกมาพูดถึงพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร(ตร.กม.) ที่อยู่ทางตะวันตกของปราสาทฯ จึงเป็นสิ่งยืนยันได้ว่าการพิพาทครั้งนี้ ถือเป็นกรณีพิพาทเขตแดนใหม่ ที่ไม่เกี่ยวกับคดีเมื่อปี 2505 1-31 มี.ค.2505 ไม่มีหลักฐานว่ากัมพูชาพูดถึงพื้นที่นี้ และกัมพูชาระบุว่า ศาลไม่ได้สนใจแผนที่ภาพใหญ่ แต่ไม่ได้อธิบายว่า ศาลได้สั่งให้มีการตัดแผนที่ขยายออกมาจาก"แผนที่ใหญ่" กลายเป็นแผนที่ 85ดี ออกมา แปลว่า ศาลโลกในปี 2505 ไม่มีความจำเป็นต้องพิจารณาสันปันน้ำและความถูกต้องของเส้นตามสันปันน้ำ จึงสรุปไม่ได้ว่าศาลจะใช้หลักเกณฑ์เดียวกันกับพื้นที่อื่นนอกเหนือจากระวางดงรัก
น.ส.มิรง กล่าวอีกว่า การถ่ายทอดเส้นจากแผนที่ภาคผนวก 1 ลงมายังสภาพแวดล้อมจริงว่ามีปัญหา จากการที่นายอับดุลคาวิ อะห์เม็ด ยูซูฟ ผู้พิพากษา ตั้งคำถามซึ่งแสดงให้เห็นว่าถ้าถ่ายถอดเส้นจากแผนที่นี้ลงมาแล้ว จะอยู่ตรงจุดใด โดยทนายของกัมพูชาตีความว่า"บริเวณใกล้เคียงปราสาท"ให้เป็นไปตามเส้นบนแผนที่ 1:200,000 ซึ่งเป็นแผนที่ที่ผู้เชี่ยวชาญเห็นว่ามีความแม่นยำน้อยที่สุด กัมพูชาจึงต้องทำแผนที่ขึ้นมาใหม่อีก โดยละเลยเส้นสันปันน้ำ ซึ่งถือว่าละเมิดอนุสัญญา ปีค.ศ.1904
ข้อมูลจาก เดลินิวส์